ทรานส์ไซบีเรีย: [ตอนที่ 1] บินไปตั้งหลัก..ที่ปักกิ่ง

TSB-chapter1

Trans-Siberia Trip: ทริปทรานส์ไซบีเรีย

ป่ะ เราไปเที่ยวกัน ทริป ทางไกลมีเพลีย เอ๊ย ทริป “ทรานไซบีเรีย” 

ทริปนี้เราใช้การเดินทางโดยรถไฟ โดยจะไปเริ่มต้นที่ปักกิ่ง เพราะฉะนั้นเพื่อย่นระยะเวลา บินค่ะ บินไปปักกิ่ง ไม่ได้นั่งรถไฟไปจากหัวลำโพงนะคะ เพราะไม่งั้นจะนานไป เดี๋ยวไม่ได้กลับไปทำงานอีก เพราะเค้าจะไล่ออกซะก่อนค่ะ

============================================

ใครไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ แนะนำให้ไปอ่านที่ http://wp.me/p6OTTr-cs  ทริปนั่งรถไฟ “ทรานไซบีเรีย” ก็พอค่ะ เพราะตอนใหม่นี้มีแต่น้ำ เนื้อๆและสาระไม่มีนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอกก่อน 555

============================================

สายการบินที่พวกเราเลือกใช้บริการก็คือ Malaysian Airline (MH) สำหรับใครที่ไม่คุ้นชื่อสายการบินนี้ แนะนำให้ไปหาข่าว MH370 อ่านได้เลยนะคะ ฮ่าๆๆ (บอกไปเพื่อ ??) ที่เลือกบินกับ MH (BKK->KL->Beijing) ก็เพราะว่าหาตั๋วราคาถูก และเวลาที่ไปถึงปักกิ่งแบบไม่ต้องรอนานมากๆ ไม่ต้องลุ้นการตกรถไฟ เพราะสายการบินอื่นบางไฟลท์ไปถึงปักกิ่งตอนเช้า กว่าจะได้ออกจากสนามบิน เดินทางไปสถานีรถไฟอีก ถ้าพลาดขึ้นมาคือทริปล่มทั้งทริปกันเลยทีเดียว เพราะรถไฟมันไ่ม่ได้มีทุกวัน และไม่ได้จองกันได้ง่ายๆซะด้วยสิ

เราบินไฟลท์ “MH789″@14:15 ออกจากกรุงเทพไปกัวลาลัมเปอร์ มีเวลาต่อเครื่อง Transit แค่แป๊ปเดียว เพราะกำหนดถึง 17:25 แล้วต้องไปต่อไฟลท์ “MH360″ซึ่งจะออกเวลา 18:25 แล้วไปถึงปักกิ่ง ตอน 00:20 อืม…เวลาแบบนี้มีลุ้นเหมือนกันนะ อย่าได้ดีเลย์เลยเชียว ไม่อยากจะตกเครื่องอ่ะจ้า

TS Day 1_20151201_1

เนื่องจากไฟลท์บินช่วงบ่าย พวกเราก็ไปรอเช็คอินกันตั้งแต่เที่ยง อาหารกลางวันบางคนก็ยังไม่ได้กิน (ใครบ้างไม่รู้ แต่เดี๊ยนคนนึงนี่ล่ะ ที่ไม่ได้กินแน่ๆ) แล้วด้วยเหตุอันใดไม่ทราบ คงจะเม้าท์มอยกะเพื่อนจนลืมไปว่าควรจะหาอาหารบรรเทาอาการหิวก่อนขึ้นเครื่อง แต่ยังโชคดีที่บนเครื่องมีอาหารแจก พอจะหายหิวไปบ้าง

TS Day 1_20151201_2

เนื่องจากไฟลท์มันสั้น บินขึ้น แจกอาหาร ทานอาหาร เก็บแก้ว เก็บกล่องอาหาร ก็ได้เวลาเครื่องลดระดับเตรียมบินลง โดยส่วนตัวคือไม่ได้มา KL หลายปีแล้ว คราวนี้ได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ก็ชมวิวทิวทัศน์เพลินๆไปตั้งแต่ก่อนเครื่องลดระดับ จนค่อยๆตีวงลงมาจนเห็นสนามบิน (KLIA) อยู่ไกลๆ วิวต้นปาล์มด้านล่างก็สวยงามมาก มีบางบริเวณที่เหมือนออกแบบมาให้มองจากด้านบน (Bird eye view) ด้วยเลย ใครบินไป KLIA ลองสังเกตกันดูนะคะ ในใจก็นึกเสียดาย เครื่องกำลังลดระดับ ไม่งั้นจะคว้ากล้องมาถ่ายรูป แต่เกรงว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์จะนำความลำบากมาให้ ชมวิวเฉยๆไปละกันนะ

ยิ่งใกล้จะ landing ต้นปาล์มที่มองเห็นต้นจิ่วๆไกลๆ ก็เริ่มใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ วิวด้านล่างดูแล้วสวยดี ดูเขียวๆขจีเต็มไปด้วยต้นปาล์มเต็มไปหมด แล้วอาคารสนามบินกับ runway ก็อยู่แค่เบื้องหน้า เครื่องบินก็บินต่ำลงมาจนเห็นต้นปาล์มชัดเจน จนกระทั่งเครื่องบินบินลงมาตรงแนว runway เย่ๆๆ อุตส่าห์ลุ้นเวลา ว่ากัปตันจะบินมาถึงตรงเวลามั้ย นับในใจกะว่าอีกเดี๋ยวล้อก็กางเพื่อจะ landing ละ 10..9..8..7..6..5..4..3..2..1 …………. อ้าว เฮ้ยยยยยย ทำไมเครื่อง MH จะ landing แต่หัวมันเชิดล่ะ !!!

สงสัยจะเป็นเทคนิคการบินลงจอด แต่เราไม่เคยสังเกตมั้ง?? เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ อาราย ยังไง ไหงหัวมันเชิดขึ้นเรื่อยๆฟระ ล้อล่ะล้อ ไม่เห็นมีเสียงกางล้อเลย อ้าว อ้าว อ้าว อาคารผู้โดยสารทำไมไกลออกไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆ อ้าวๆ ๆ ๆ แล้วกัน ทำไมต้นปาล์มมันต้นจิ่๋วไปอีกแล้วล่ะ ตะกี๊นี้ยังต้นใหญ่ใกล้ runway อยู่เลยนิ

…. เ  งี  ย  บ  ก  ริ  บ  ทั้  ง  ล  ำ …… เ งิ  บ  กั  น  ไ  ป  เ  ล  ย ….. สั  ก  พั  ก  ใ  ห  ญ่ ……

และแล้วอารมณ์มโนก็มา เวลาแบบนี้ไม่มีเรื่องอะไรในหัว นอกเสียจากว่าเรากำลังโดยสารสายการบิน MH สายการบินชื่อดังที่คนทั้งโลกรู้จัก อั้ยย่ะ ทำไมกัปตันไม่พูดไรกะผู้โดยสารบ้างเลยล่ะ เดี๊ยนรอฟังอยู่นะ ประกาศสิคะ เอ หรือว่ามีงานเข้า หรือมีใครจะทำไรกะเครื่องลำนี้ !! นั่นๆ คิดไปได้เนอะ คิดบวกสิคะ ต้องคิดบวก เราเป็นผู้หญิงคิดบวกค่ะ

และแล้ว เครื่องบินก็บินออกไป ไกลจากสนามบินขึ้นเรื่อยๆ ๆ ๆ พอเวลาผ่านไป จนในที่สุดก็ไปวนตีโค้งไกลๆ ไอ้เรารึก็ยังงง ยังเงิบอยู่ ก็ดูวิวทิวทัศน์ข้างล่างไปพลางๆก่อน ใจก็นึก นี่มัน 17:25 แล้วนะคะกัปตัน ไฟลท์ต่อของอิชั้นรออยู่เบื้องล่าง เตรียมจะบินตอน 18:25 แล้วยังต้องไปรอ check-in transit flight อีกนะคะ

แล้วในที่สุดวิวอันคุ้นเคยก็กลับมา วิวต้นปาล์ม bird eye view อันสวยงามของอิชั้นกลับมาให้ได้เห็นอีกครั้ง พร้อมกับ Runway เบื้องหน้า พลันก็มีเสียงกัปตันประกาศขึ้นมา “…เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ดี ทำให้เมื่อสักครู่ไม่สามารถลงจอดได้….ขณะนี้เรากำลังจะนำเครื่องลดระดับลงในอีกไม่ช้านี้ ขออภัยในความไม่สะดวก….” เอิ่ม กัปตันประกาศช้าไปหน่อยนะคะ (ด้วยความสงสัย ก็มองออกไปนอกหน้าต่าง สภาพอากาศและท้องฟ้า ไม่เห็นมันจะแตกต่างยังไงกะเมื่อตะกี๊นี้เลยนิ ยังไงกันเนี่ย เอาเฮอะ แล้วแต่กัปตันเลยค่ะ)

แล้วเครื่องก็ลดระดับลงอีกครั้ง คราวนี้ได้ยินเสียงล้อกางละ อะฮ้า … ตึงๆ ๆ ๆ เสียงล้อแตะพื้นเรียบร้อย อะเคร เรามาถึง KL อย่างปลอดภัยแล้นนน …. [ เสียงปรบมือดังขึ้นทั้งลำ ] .… ส่วนเรารึก็นึกในใจ อ้อ ที่เงียบกริ๊บกันทั้งลำนี่ลุ้นกันทุกคนเลยใช่มะ 55555

TS Day 1_20151201_3

พอเหลือบมองนาฬิกา อัยย่ะ 17:45 ตายๆๆๆ จะต่อไฟลท์กันทันม้ายยย เครื่องเปิดเมื่อไหร่ ให้รีบพุ่งออกไปโดยทันทีเลยนะ และแล้วพลพรรคก็ตรงดิ่งออกไปอย่างด่วน เจ้าหน้าที่ก็ยืนถือป้ายแจ้งว่า Transit flight อะไรบ้างที่เค้าเรียก Boarding แล้ว งานนี้มีวิ่งสิคะ วิ่งโลด ตุ้บตั้บๆ กระหืดกระหอบกันเลยทีเดียว แล้วสิ่งที่เราคิดกันเล่นๆก็คือ Transit flight มันคงจะไม่อยู่อีกอาคารโดยสารนะ หุหุ ใช่ค่ะ คนละอาคาร บร๊ะเจ้า นี่เรายังต้องรอขึ้นรถไฟฟ้าภายในสนามบินอีกรึเนี่ย โอเค ต่อรถไฟฟ้าใช้เวลาไม่นาน ละก็วิ่งหน้ากระดานเรียงตับกันไปยัง Gate

นาทีที่ถึง Gate พอเห็นเจ้าหน้าที่ check-in เท่านั้นล่ะ สิ่งแรกที่ถามออกไปคือ…พวก i ขอไปเข้าห้องน้ำกันก่อนได้มั้ย?? เค้าคงเห็นอิพวกนี้วิ่งหน้าตั้ง สายตาสอดส่ายหาห้องน้ำที่อยู่ข้างๆกันทุกคน เค้าก็พยักหน้าให้ (ไปเถอะ) และแล้วการต่อ Transit flight ของพวกเราก็ผ่านไปด้วยดี

ไฟลท์ต่อ “MH360” กำหนดบิน @18:25 เส้นทาง KL- ฺBeijing (เอ เส้นทางบินคุ้นๆเนอะ เหมือน MH370 เลยนิ หันไปถามเพื่อน มันใช่ “MH370” มั้ยอ่ะ ใช่จ้ะ 555) อืม คงไม่มีไรให้ต้องลุ้นอีกนะ นี่ก็ขึ้นเครื่องทันฉิวเฉียด (จริงต้องเรียกว่าดีเลย์ เพราะเวลาบินน่ะ 18:25 แต่พวกเราขึ้นเครื่องกันตอน 18:20) กว่าที่ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่องกันครบ ไหนจะดีเลย์จาก Transit flight เที่ยวบินอื่นๆกันอีก เพราะตอนที่พวกเราขึ้นมาบนไฟลท์นี้ยังเห็นมีเก้าอี้ว่างอยู่อีกหลายที่ ซึ่งพวกเราก็เตรียมจะแยกย้ายกันไปจับจองหาที่ว่างอื่น จะได้นั่งกันสบายๆ

นั่งกันไปพักใหญ่ ทำไมเครื่องไม่เห็นจะออกสักที รออยู่พักใหญ่ก็มีผู้โดยสารขึ้นมาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เอ หรือว่าเครื่องบินจะต้องรอกระเป๋า ที่แปะป้าย “Hot transfer” ตอน check-in มาโหลดขึ้นเครื่องก่อน นั่งรอเครื่องออก จนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน สรุปว่ากว่าเครื่องจะออก ก็ดีเลย์ไปสักชั่วโมงครึ่ง สำหรับไฟลท์นี้มีอาหารเป็นมื้อให้ทานนะ

TS Day 1_20151201_4

เครื่องบินออกตอนช่วง 19:00 (โดยประมาณ) ทำให้เวลาที่ไปถึงปักกิ่งก็เลทตามไปด้วย ไปถึงจริงช่วง 02:00 แทนที่จะเป็น 00:20 นั่นหมายความว่า เวลาพักผ่อนคืนนี้ที่สนามบินปักกิ่งก็จะหายไปอีก เพราะกว่าจะผ่าน custom แล้วรอรับกระเป๋า ก็ปาเข้าไปตี 3 แล้ว

พอลากกระเป๋ากันออกมาก็นึกว่าจะหาที่นั่งหลับในแอร์พอร์ต แต่บังเอิ๊นมีพี่จีนแกมายืนรอ เหมือนอยากช่วยเหลือ เห็นกลุ่มพวกเราหลายคน แล้วพอดีพวกเราก็ถามทางจะไปต่อรถไฟฟ้าไป Beijing Railway Station พี่แกเลยบอกว่าถ้าจะไปด้วยรถไฟฟ้า ไปไม่ถึงสถานีรถไฟหรอกนะ ต้องไปต่อรถอีกต่อ จะเดินทางไม่สะดวก ยิ่งมากันหลายคน สัมภาระเยอะแยะ เอางี้มั้ย เดี๋ยวเค้าหารถตู้รถบัสให้ จะได้สะดวก ตกคนละ 80 หยวน พอถามว่าระยะทางมันไกลมั้ย คำตอบที่ได้คือ ก็ใช้เวลาเดินทางเกือบๆชั่วโมง

อืม เอาไงกันดี คุยๆๆๆ สรุปว่าเอาไงเอากัน ถ้าเค้าว่างั้นก็ไปบัสก็ได้ (บังเอิญว่าไม่มีใครทำการบ้านเรื่องขึ้นรถไฟฟ้าจากสนามบินไปสถานีรถไฟมาโดยละเอียด) พอตกลงกะพี่จีนเสร็จ ก็ยืนรอกันไป แล้วพี่จีนก็กลับมาพร้อมกับบอกว่า รถที่บอกไปน่ะ คันมันไม่ใหญ่มากไม่แน่ใจว่าจะเอากระเป๋าขึ้นรถไปได้หมดมั้ย แต่เค้ารู้จักรถบัสคันใหญ่แบบ 40 ที่นั่ง จะได้นั่งกันสบายสัมภาระขนขึ้นได้แน่ๆ แตค่ารถจะเพิ่มขึ้นนะ เป็นคนละ 100 หยวน (อ้าว เฮ้ย มามุกนี้เลยเหรอ) อ่า งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเราหาทางไปรถไฟฟ้ากันก็ได้ … แล้วดีลสุดท้ายกับพี่จีนก็คือ จ่ายคนละ 80 หยวนไปบัสใหญ่

ขึ้นรถบัสไปตอนตี 4 เศษๆ กะนั่งหลับเอาแรง เพราะเห็นบอกว่าไกล เกือบชั่วโมง นั่งๆกะลังจะหลับ อ้าว เฮ้ย ยังไม่ทันครึ่งชั่วโมง ถึงละ เอิ่ม..

แล้วแต่ละคนก็ลากกระเป๋าบุเรงๆไปสถานีรถไฟ ท่ามกลางความหนาวเย็น อุณหภูมิสัก 1-5 องศา แต่ว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ไม่มีตั๋วรถไฟไม่ให้เข้าสถานี อ้าว ตั๋วยังไม่มีน่ะสิ เพราะเอเจนซี่จะมาส่งตั๋วให้ตอน 8 โมงเช้า แล้วนี่ยังไม่ทันตี 5 เลย แถมต้องไปหาที่สิงสถิตย์อีกตั้งหลายชั่วโมง ทำไงกันดี

TS Day 2_20151202_4

บางคนก็ไปยืนหลบลมอยู่แถวด้านข้างอาคาร ถามว่าหนาวมั้ย ก็หนาวอยู่ดีนะ แต่ว่าเรากะเพื่อนๆ ก็ขอไปหลบลมในร้าน KFC ดีกว่า ลากกระเป๋ากันเข้าไป หาโต๊ะนั่งรอเวลาเช้า แต่พนักงานทำความสะอาดพื้น KFC ก็ขยันจริง โต๊ะไหนมีคนนั่ง แต่ไม่มีอาหารบนโต๊ะ ก็จะใช้ไม้ม็อบถูพื้น ถูๆเข้าไปใต้โต๊ะ จนคนรำคาญเดี๋ยวก็ออกจากร้านไปเอง เห็นดังนั้นแล้ว พวกเราก็เลยคิดว่าควรจะไปอุดหนุนซื้ออะไรมากินกัน แต่ต้องกินยาวนานยันเช้า ไม่อยากไปยืนหนาวด้านนอก เพราะในร้านอุ่นกว่า ว่าแล้วก็ไปซื้อโจ๊กมากินกัน ซื้อกันทีละถ้วยกินอ้อยอิ่งกันไป หมดแล้วค่อยไปซื้อมาใหม่ทีละเมนู

จนเช้าละ ออกไปเข้าห้องน้ำด้านนอกซึ่งก็ใกล้ๆกะเพื่อนอีกกลุ่ม ซึ่งเค้าก็จะย้ายที่เข้าไปยืนด้านในตึก พวกเราก็ย้ายทำเลตามบ้าง แต่สุดท้ายก็โดนเจ้าหน้าที่ด้านในไล่ออกมาอยู่ดี ทีนี้ก็เลยไปยืนรอแถวๆ KFC อีกร้าน แต่ที่นั่งน้อยกว่า ก็ใช้วิธีเดิม สั่งอาหารมาทีละอย่าง แล้วก็นั่งแช่ยาวๆไป

TS Day 2_20151202_8

ระหว่างที่รอเพื่อนไปรับตั๋ว ก็ออกไปเดินเล่นนอกสถานีรถไฟแป๊ปนึง ขอชมวิวตอนสว่างแล้วสักหน่อยนะ

จนกระทั่งเพื่อนไปรับตั๋วรถไฟมาละ ได้เวลาเตรียมตัวเดินทางกัน ก็เอาสัมภาระผ่านเครื่องสแกน x-ray ที่ทางเข้า พร้อมกับแสดงพาสปอร์ตและตั๋วรถไฟ ที่ทางเข้านี่จะวุ่นวายมาก ต้องระวังกันนิดนึงนะคะ เพราะพี่จีนแต่ละคนไม่ค่อยเข้าแถวกัน อาศัยเบียดๆๆเข้าไปลูกเดียวเลย พอเข้าอาคารไปได้ก็ไปนั่งรอเวลาเข้าชานชาลาค่ะ

TS Day 2_20151202_10

สำหรับขบวนรถไฟที่เราจะเดินทางไปเป็นขบวน “K3” ออกเวลา 11:25 ที่ชานชาลา 10

TS Day 2_20151202_11

หน้าตาตั๋วรถไฟ ที่ระบุวันเดินทาง โบกี้ ที่นั่ง หน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

TS Day 2_20151202_13

ไปชานชาลา ขึ้นรถไฟกันค่ะ

TS Day 2_20151202_14

หน้าตารถไฟขบวน “K3” Beijing – Ulan Bator – Moscow คือแบบนี้นะคะ

TS Day 2_20151202_15

ขึ้นรถไฟ พร้อมออกเดินทางกันแล้วค่ะ

TS Day 2_20151202_16

[ ไว้คราวหน้า จะมาเล่าว่าบนรถไฟเป็นยังไงนะคะ ]

 

 

5 คิดบน “ทรานส์ไซบีเรีย: [ตอนที่ 1] บินไปตั้งหลัก..ที่ปักกิ่ง

  1. Pingback: ทริปนั่งรถไฟ “ทรานไซบีเรีย” (Trans-Siberian Railway) | Oh LaLLa A Journey

  2. Pingback: ทรานส์ไซบีเรีย: [ตอนที่ 2] บนรถไฟ ทรานส์ไซบีเรีย | Oh LaLLa A Journey

  3. Pingback: Italy Trip ไปลั้ลลา ที่อิตาลี | Oh LaLLa A Journey

ส่งความเห็นที่ นิรนาม ยกเลิกการตอบ