
Gallery – Italy Trip
รวมภาพเมือง และ สถานที่น่าสนใจในอิตาลี
สามารถคลิ๊กที่รูป เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมในแต่ละที่ได้ค่ะ
หรือที่ http://www.facebook.com/OhLaLLaAJourney ที่เคยโพสแยกเป็นแต่ละที่ก็ได้เช่นกันนะคะ
A sunshine day in “Sirmione” / “เมืองซีรมิโอเน่” เมืองน่ารักเป็นคล้ายๆเกาะเล็กๆ ติดริมทะเลสาบกราด้า เดินผ่านกำแพงเมืองเก่าลัดเลาะเข้าไปในเมือง โดยจะเห็นปราสาทเก่าแก่ประจำเมือง Sirmione Peninsula อยู่ใกล้ๆจัตุรัสด้านใน ด้านในเมืองนี้จะมีร้านรวงเล็กๆน่ารักให้นั่งจิบกาแฟ และรับประทานอาหาร รวมถึงร้านไอศกรีม Gelato ให้เลือกลิ้มลองมากมายหลายร้านด้วยกัน (ที่เมืองนี้มีไอศกรีมรสชาติต่างๆให้เลือกมากที่สุดในอิตาลี) แนะนำให้ใช้เวลาเดินเล่นชมเมืองเก่า ตามตรอกซอกซอย และชมวิวริมทะเลสาบ
Garda Lake / ทะเลสาบการ์ดา เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีค่ะ และก็เป็นสถานที่สำหรับพักตากอากาศทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมือง Brescia และ Verona และก็ตรงกลางระหว่าง Venice และ Milan ในรูปนี้เป็นวิวทะเลสาบการ์ดาจากที่เมือง Sirmione ขอแนะนำให้ไปเดินเล่นเมืองเก่าๆขนาดเล็กๆ แวะกินไอติมเจลาโตอร่อยๆ แล้วก็เดินชมวิวชมทะเลสาบ เพลินๆดีค่ะ คนไม่เยอะมาก
Arena di Verona / เวโรนา อารีนา เป็นอัฒจรรย์ที่ต้้งอยู่บริเวณ Piazza Bra ในเมืองเวโรนา สร้างขึ้นในสมัยคริศต์ศตวรรษที่ 1 และในปัจจุบันนี้ยังมีการใช้งานอยู่สำหรับการแสดงโชว์โอเปราขนาดใหญ่ ด้วยขนาดของอารีนาขนาดใหญ่สามารถจุคนได้ถึง 30,000 คน แต่ในปัจจุบันจะไม่ให้คนเข้าไปเกิน 15,000 คน อันเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยค่ะ
Venice / เมืองเวนิส เมืองแห่งสายน้ำ “The City of Water” ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก เมืองที่เต็มไปด้วยคลองสำหรับสัญจรแทนถนน และเป็นเมืองแห่งสะพาน “The city of bridges” ที่มีสะพานเชื่อมคลองมากกว่า 400 แห่ง เอกลักษณ์ประจำเมืองนี้ได้แก่เรือกอนโดล่า ที่นักท่องเที่ยวมักจะนิยมมานั่งเรือชมวิวริมสองฝั่งคลอง และที่เวนิสยังมีสถาปัตยกรรมต่างๆให้ชมมากมาย รวมไปถึงสะพานถอนหายใจ “Bridge of Sign” ที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างพระราชวังกับคุก ใครที่โดนตัดสินจำคุกเดินผ่านสะพานนี้ก็จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้เห็นแสงตะวัน ในช่วงเช้าๆนักท่องเที่ยวจะยังไม่เยอะมาก พอเริ่มสายๆโดยเฉพาะในช่วงกลางวัน เมืองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากหลากหลายชาติมาเยี่ยมเยือนเมืองเวนิส
Manarola, Cinque Terre / “มานาโรลา” เป็นเมืองเล็กๆ ในแคว้น Liguria ทางตอนเหนือของอิตาลี และมีอายุเก่าแก่ที่สุดใน 5 หมู่บ้านของ Cinque Terre (5 หมู่บ้านนี้คือ Riomaggiore, Manarola, Corniglia, Vernazza and Monterosso) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO World Heritage List สำหรับเมืองนี้มีการผลิตไวน์ท้องถิ่นและนิยมทำการประมงเพราะว่าอยู่ติดทะเล ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองเล็กๆนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก และกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การเดินทางไปเมืองนี้แนะนำให้ไปโดยรถไฟ จากสถานี La Spezia ไปเพียงแค่ 2 สถานีค่ะ
Monterosso al Mare / มอนเตรอสโซ อัล มาเร หนึ่งหมู่บ้านใน Cinque Terre (แผ่นดินทั้งห้า) เมืองนี้จะมีสองส่วน คือ Old Town และ New Town ในส่วนของ Old Town จะมีปราสาทของเมือง โบสถ์ ส่วน New Town จะเป็นส่วนที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ท่าเรือเฟอร์รี่ โดยเมืองนี้จะมีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย เป็นเมืองออกแนวรีสอร์ตพักตากอากาศ น้ำทะเลใสๆ และมีชายหาดที่นักท่องเที่ยวมานอนอาบแดดเล่นน้ำทะเลกันด้วยค่ะ (แต่ในภาพนี้ไม่ใช่โซนที่เป็นชายหาดนะคะ) สำหรับการเดินทางไป Monterosso สามารถนั่งรถไฟจาก La Spezia Centrale line ไป 5 สถานีค่ะ
Monterosso al Mare / เมืองมอนเตอรอสโซ่ อัล แมร์ เป็นอีกหนึ่งเมืองริมทะเลในบรรดา 5 หมู่บ้านของ Cinque Terre ในแคว้น Liguria โดยเมืองนี้จะมีขนาดใหญ่สุด อยู่ทางตอนเหนือสุดของ 5 หมู่บ้าน บรรยากาศโดยทั่วๆไปจะเป็นแนวรีสอร์ต นักท่องเที่ยวนิยมมาที่ชายหาด เพราะมีน้ำใส บ้างก็มาเล่นน้ำกัน หรือไม่ก็มานอนอาบแดด สำหรับในตัวเมืองมีทั้งย่านเมืองเก่าและเมืองใหม่ มีโบสถ์เล็กๆอยู่กลางเมือง (ตรงกลางภาพเป็นโบสถ์ประจำเมืองนี้) การเดินทางสามารถนั่งรถไฟจากสถานี La Spezia ไป 5 สถานี แล้วเดินเลียบชายหาดไปเรื่อยๆจะถึงบริเวณย่านเมืองใหม่ มีร้านเล็กๆบรรยากาศสบายๆให้เดินเล่น คนไม่เยอะพลุกพล่านแบบเมืองใหญ่ๆค่ะ
Ponte Vecchio, Florence “Monterosso al Mare” / “สะพาน ปอนเต เวคคิโอ” มีใครรู้จักสะพานนี้กันบ้างคะ โดยส่วนตัวคือเพิ่งจะรู้จักชื่อสะพานนี้ก็ตอนที่อ่านหนังสือของ Dan Brown เรื่อง Inferno (ภาคล่าสุด) ที่มีฉากในอิตาลี โดยเฉพาะที่ฟลอเรนซ์ สงสัยว่าจะอ่านแล้วอินจัด เลยต้องมาเยือนอิตาลีตามรอยบ้าง จะได้เห็นจริงๆว่าสะพานมันใหญ่ขนาดไหน มีทางเดินด้านบนด้วยจริงรึเปล่า wink emoticon เอาเป็นว่าสะพานนี้เป็นสะพานเก่าแก่ที่สุดของฟลอเรนซ์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำอาร์โน และสะพานนี้ก็รอดพ้นจากการทำลายของนาซีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าต่างๆที่จำหน่ายงานศิลปะ อัญมณี ของที่ระลึกตั้งอยู่มากมายหลายร้านด้วยกัน และสะพานนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง Landmark ที่สำคัญของเมืองฟลอเรนซ์ จาก Ponte Vecchio สามารถเดินต่อไปได้ที่ “Palazzo Vecchio” หรืออาคารศาลากลางแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ทะลุออกไปที่ “Piaza Della Signoria” จัตุรัสซินญอเรียได้ด้วยค่ะ
Saint Peter’s Basilica, Vatican City / สำหรับใครที่ไปเที่ยวกรุงโรม ประเทศอิตาลี ก็คงจะไม่พลาดการไปเยือนรัฐวาติกัน (Vatican) รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก เล็กมากๆค่ะ มีพลเมืองอยู่แค่ประมาณ 1000 คนเท่านั้นเอง สำหรับมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ “St. Peter” เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในวาติกัน ที่มหาวิหารนี้สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของศริสต์ชนนิกาย Roman Catholic ภายในมหาวิหารมีผลงานการแกะสลักชื่อดัง “ปิเอต้า” ของไมเคิลแองเจโล ที่เป็นรูปสลักพระแม่มารีอุ้มพระศพของพระเยซูอยู่ด้วยค่ะ
Colosseum / “โคลอสเซียม” เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้มอยู่ใจกลางกรุงโรม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน ในยุคของจักรพรรดิเวสปาเซียน และกว่าจะสร้างเสร็จก็สมัยของจักรพรรดิติตัสในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ใหญ่ขนาดนี้สร้างกันนานเลย ตัวอัฒจรรย์ก่อด้วยอิฐและหินทราย สร้างเป็นลักษณะวงรี สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน Note: ในวันที่ไปเยี่ยมชมโคลอสเซียม ยังมีการซ่อมแซมบางส่วนอยู่ค่ะ (ในส่วนด้านซ้ายของภาพ) เลยไม่ได้ภาพโคลอสเซียมแบบเต็มๆมาฝากนะคะ smile emoticon
Trevi Fountain / “น้ำพุเทรวี่” ที่กรุงโรม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวอิตาลีถ้าไปกรุงโรมแล้วไม่ได้ไปแวะแถบนี้ก็เหมือนพลาดอะไรไปเนอะ แต่ตอนที่ไปเที่ยวเราโชคไม่ดีที่น้ำพุเทรวี่เค้ากำลังซ่อมแซมบูรณะอยู่ (Oct’15) และห้ามโยนเหรียญเข้าไปค่ะ ส่วนใครที่ไปเที่ยวหลังจากนี้ซ่อมเสร็จพอดีค่ะ ปล่อยน้ำเข้าไปเต็ม สวยงามเลยเชียว
Castel Nuovo, Naples “Napoli / Naples” นาโปลีหรือเมืองเนเปิลส์เป็นเมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนีย มีชื่อเสียงในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร และเมืองนี้มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลีมาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมือง ตัวเมืองตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลีติดกับอ่าวเนเปิลส์ (ในรูปนี้) คาสเตล นัวร์โว (Castel Nuovo) หรือ นิวคาสเซิ่ล (New Castle) ปราสาทยุคกลางของเมืองเนเปิลส์ หนึ่งในสถานที่สำคัญของเมือง ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นด้วยหินทราย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1282 ตั้งอยู่ใกล้ๆกับท่าเรือที่อ่าวเนเปิล ที่สามารถนั่งเรือไปยังเกาะคาปรีได้ค่ะ
Napoli / นาโปลีหรือเมืองเนเปิลส์เป็นเมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนีย เมืองนี้เป็นเมืองที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพบ้านเรา คือมีการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัย มีทั้งโบสถ์เก่าๆกับบ้านเรือนสมัยใหม่อยู่ปนกัน ไม่มีการแบ่งแยกเขตเมืองเก่ากับเมืองใหม่ ตัวเมืองตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลีติดกับอ่าวเนเปิลส์ค่ะ
“Duomo di Sant’Andre” in Amalfi / เมืองอมัลฟี ตั้งอยู่ในเขต Salerno แคว้น Campania เมืองนี้มีมหาวิหารใหญ่ใจกลางเมืองที่สวยงาม คือมหาวิหารเซ็นท์แอนเดรีย “Duomo di Sant’Andre” เมืองอมัลฟีนี้เคยมีอำนาจทางทะเลย่านแถบเมดิเตอร์เรเนียนมาก่อน (สมัย ค.ศ. 839-1200) และในช่วงประมาณปี 1920-1930 เมืองอมัลฟีก็มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะที่เป็นเมืองจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนของชั้นสูงของอังกฤษ ปัจจุบันนี้เมืองอมัลฟีก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเช่นกัน ที่นิยมเดินทางมาชมเมืองต่างๆบนเส้นทางสายอมัลฟีโคสต์ซึ่งได้รับการบรรจุอยู่ใน UNESCO World Heritage Sites
Ravello / “ราเวลโล” เมืองเล็กๆบนภูเขาสูงอยู่ไม่ไกลจากเมืองอมัลฟี ด้านหน้าของเมืองติดกับทะเล มีวิวทะเลที่สวยมาก และด้านหลังของเมืองจะเป็นวิวภูเขาสูง ตัวเมืองจะเป็นลักษณะบ้านเก่าๆเล็กๆ และมีโบสถ์ประจำเมือง “Duomo” ตั้งอยู่ในย่านจัตุรัสกลางเมืองค่ะ ในภาพนี้คือส่วนของ Piazza Duomo ย่านกลางเมืองราเวลโลค่ะ
Pompei / เมืองปอมเปอี คือเมืองที่ภูเขาไฟวิสุเวียสได้พ่นลาวามาทับถมบ้านเรือนเมื่อสองพันปีก่อน และเมื่อสองร้อยปีที่ผ่านมาได้มีคนขุดพบ และทำการขุดเมืองทั้งเมืองขึ้นมาทำให้เห็นว่าเมืองนี้เคยมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ทั้งวิหาร สำนักงานราชการ ตลาด สนามกีฬา โรงละคร ศาสนสถาน โรงอาบน้ำสาธารณะของโรมัน ร้านค้าและบ้านเรือนจำนวนมาก แม้จะเป็นเพียงซากปรักหักพังและร่องรอยความเจริญที่หลงเหลืออยู่ แต่ทำให้เราได้เห็นว่าก่อนหน้านี้เมืองนี้มีความยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองเป็นอย่างมากจริงๆค่ะ
Pingback: 15 Places you shouldn’t miss in Egypt | Oh LaLLa A Journey