
“น ค ร ชุ ม” ในมุมที่ฉันสัมผัส ชุมชนเล็กๆในร่องเขา ที่เราเพิ่งจะรู้จัก แต่กลับทำให้หลงรักเมื่อได้ไป
.
🌿 “นครชุม” อยู่ที่ อ.นครไทย จ.พิษญุโลก
🌿 เป็นชุมชนวิถีชนบท เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ และความเรียบง่าย ผู้คนในท้องที่น่ารัก เฟรนด์ลี่ มีรอยยิ้ม และจริงใจ ใครที่ไปพักโฮมสเตย์จะได้สัมผัสกับมิตรภาพดีๆ ประหนึ่งได้ไปพักบ้านญาติ ในที่อากาศบริสุทธิ์
.
🌿 สำหรับตากล้อง ต้องไม่พลาด “เขาโปกโล้น” หรือ “ผาโปกโล้น” บนยอดเขาใกล้ๆหมู่บ้าน เดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น หมอกยามเช้า ถ้าจังหวะดีๆมีทะเลหมอกหนาๆในร่องเขา ให้ได้ถ่ายภาพสวยๆ แม้วันไหนหมอกจาง ก็ยังเก็บภาพหมู่บ้านในมุมสวยๆกันได้อีก
.
🌿 ยามค่ำคืนสามารถมองเห็นดาวเกลื่อนฟ้าได้ง่ายๆ เพราะที่นี่ไม่มีแสงไฟมากมายเหมือนในเมือง
🌿 จะได้สัมผัสความธรรมดาที่พิเศษ คือ ทุกสิ่งดูเหมือนธรรมดา แต่ว่ามันแตกต่างที่ประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารท้องถิ่นที่โฮมสเตย์จัดเตรียมไว้ให้ หรือ บรรยากาศโดยรอบ
.
• ถ้าอยากรู้ว่าที่นี่เป็นยังไง อยากให้ค่อยๆดูไปทีละภาพ จนถึงภาพสุดท้าย แล้วคุณจะได้รู้จักชุมชนนี้ และสิ่งดีๆที่เราได้สัมผัสมา •
.
เบอร์ติดต่อ
– จองที่พักโฮมสเตย์: แอ๋ม 0930487750
– ไกด์นำเที่ยว: ตั้ม 0958153968
• แล้วนี่คือสิ่งที่เราอยากบอกและแบ่งปัน ลองดูรูปไปจนจบ แล้วจะรู้ว่าเราได้พบอะไรบ้าง •

“นครชุม” ชุมชนเล็กๆในร่องเขา อีกหนึ่ง unseen ของ จ.พิษณุโลก
-

ในมุมที่เราเห็นคือ หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง

ในยามเช้า เราก็สามารถสัมผัสกับธรรมชาติสวยๆ แสงและเงาในร่องเขานครชุมก็เพียงพอที่จะทำให้เราอิ่มเอิบใจที่ได้ไปเยือน

ยามเย็น ก็สามารถไปที่จุดชมวิวร่องเขานครชุม เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสะดวกสบาย

จากจุดชมวิว เราสามารถมองออกไปเห็นภูเขาไกลๆตรงด้านหน้าและผาหิน ซึ่งนั่นก็คือ “ผาโปกโล้น” ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ในตอนเช้า

เมื่อถึงเวลาเช้ามืด ตี 5 ใครที่อยากไปชมหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น สามารถเดินทางไปยังตีนเขาและเดินเท้าขึ้นไปที่ผาโปกโล้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 20-40 นาที ถ้าเดินสบายๆไม่เร่งรีบไม่พักบ่อยก็น่าจะ 30 นาที

แล้ว ณ จุดนี้ก็จะได้ฟินกับวิวตรงหน้า และถ้าหมอกหนา ก็จะได้วิวทะเลหมอกแบบไม่ต้องไปเบียดเสียดผู้คนเหมือนที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ดีงามก็ตรงนี้ล่ะ

สายๆ แดดอุ่นๆ สายหมอกจางๆ ความงามจากธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่ง เพียงแค่นี้ก็มีความสุขละ

ที่ผาโปกโล้น สามารถมองเห็นร่องเขานครชุม ในมุมกว้างไกล แนะนำให้มาพักที่โฮมสเตย์นครชุมก่อน 1 คืน แล้วขึ้นไปชมวิวตอนเช้าๆ จะได้ไม่พลาดแสงสวยๆ และเดินทางอากาศไม่ร้อนด้วย

ในช่วงเช้าที่เดินไปผาโปกโล้นจะเดินตอนเช้ามืด ส่องไฟฉายไป อาจจะยังไม่เห็นอะไร แต่ระหว่างทางเดินกลับก็อย่าลืมชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทางกันบ้าง ธรรมชาติมีสิ่งสวยงามให้เราชมเสมอ

เดินกลับลงมาถึงตีนเขา เราก็จะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของวิถึชุมชนคือการกรีดยาง ภาพน้ำยางที่กรีดไว้เมื่อเช้ามืด ก็จะมีให้ได้เห็นกัน

..สายลม..แสงแดด..ทุ่งหญ้า.. มันก็เหมือนจะธรรมดา แต่ว่าคนที่อยู๋ในเมืองหรือป่าคอนกรีต คงจะไม่ได้เจอแบบนี้แน่ๆ ได้ออกมาสัมผัสธรรมชาติ ก็เปิดตา เปิดใจ สัมผัสความสวยงามเอาไว้เยอะๆเนอะ

ถึงจะเป็นดอกหญ้า แต่ว่าก็มีความงามในตัวมันเอง ทุกๆสิ่งมีคุณค่าในตัวเองเสมอ อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน

ฝูงวัวข้างทาง อยู่กับธรรมชาติ มันก็แลดูอิสระดี

ระหว่างวันมันก็จะชิลๆหน่อย บ่ายๆเย็นๆก็ออกไปชมวิวที่จุดชมวิวนครชุมกันได้ มีมุมให้ถ่ายรูปด้วย ถ้าตอนเช้าไม่อยากเดินขึ้นเขา ก็แวะมาที่ตรงจุดนี้ได้เหมือนกัน แต่ถ้าวันไหนหมอกเยอะ ตรงจุดนี้ก็อาจจะอยู่ในหมอกเหมือนกัน

อ้อ ที่นครชุมไม่มีรถประจำทางเข้ามา การเดินทางแนะนำให้ใช้รถส่วนตัวขับมาที่นี่ ตั้ง GPS หานครชุม อ.นครไทย ก็มาถึงได้ง่ายๆแล้วล่ะ จุดหลักๆของที่นี่คือ สามแยกหน้า อบต.นครชุม อยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนวัดนาเมือง ที่เห็นด้านหน้านั่นเป็นร้านขายของชำ (ที่นี่ไม่มี 7-11 หรือมินิมาร์ทนะจ๊ะ ถ้าอยากได้อะไร เตรียมหาซื้อเอาไว้ก่อนมาถึงที่นี่ หรือแวะซื้อที่ อ.นครไทยกันก่อนนะคะ)

สำหรับทริปนี้เราจองที่พักโฮมสเตย์ผ่าน อบต.นครชุม ที่พักของเราคือ “โฮมสเตย์บ้านคุณยายทบ”

จากสามแยกหน้า อบต.นครชุม เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าโรงเรียนวัดนาเมือง ไปเส้นทางสาธารณสุขนครชุม

ผ่าน “วัดนาเมือง” วัดของชุมชน ที่ยามเช้าๆผู้คนในหมู่บ้านจะออกมาใส่บาตรทำบุญกันเป็นประจำทุกวัน

แล้วเราก็มาถึง “โฮมสเตย์บ้านคุณยายทบ” กันแล้ว ตอนแรกหาทางไปบ้านไม่เจอ เราก็โทรหาคุณยายทบว่าบ้านอยู่แถวไหน คุณยายทบบอกว่าอยู่กลางหมู่บ้าน เราก็งง แล้วตรงไหนคือกลางหมู่บ้านหว่า หาทางไปกันอยู่พักใหญ่ แล้วไปแวะถามชาวบ้านที่ศาลานั่งพักด้านหน้าอนามัย เค้าก็บอกว่าอยู่ตรงสี่แยกเล็กๆ ขับรถย้อนมาก็เจอคุณยายมายืนรออยู่ที่หน้าปากซอย

ดอกไม้ที่บ้านคุณยายทบ ที่นครชุม ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าที่หมู่บ้านนี้ผู้คนอาศัยกันวิถีชุมชนยุคเก่าอย่างแท้จริง ไม่ต้องมีรั้วรอบขอบชิด กันรั้ว ผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบส่วนใหญ่ล้วนเป็นเครือญาติและรู้จักกัน

โฮมสเตย์บ้านคุณยายทบ

แวะเก็บของแล้วก็ออกไปชมหมู่บ้าน และตามหาบ่อเกลือพันปี

ขับไปประมาณ 5 km ก็จะเจอป้าย บ่อเกลือพันปี

มองซ้ายมองขวา เจอแต่ทุ่งนาและฝูงวัว แล้วบ่อเกลือพันปีมันจะอยู่ตรงไหน ถามชาวบ้านแถวนั้นเค้าบอกว่าให้เดินลงไปตรงทุ่งนา เดินลงไป 2 รอบเหลียวมองแล้วมองอีกก็ยังหาไม่เจอ เจอแต่ลวดปล่อยไฟฟ้ากั้นวัว เลยเดินกลับขึ้นมา เจอคนขี่ จยย.ผ่านมาเลยถามทางเค้าอีกรอบ

โชคดีมากที่คนที่เราถาม เป็นเจ้าหน้าที่กรมอุทยานชื่อคุณบรรเลง แสงสีห์ ที่ตอนแรกจอดมอเตอร์ไซด์แวะชี้ทางให้เราเดิน แต่พอหยุดรถปั๊ป เราก็บอกว่าตะกี๊เดินลงไปแล้วหาไม่เจอ เค้าเลยเดินลงไปนำทางให้ พอไปถึงจุดเดิมที่เราเจอลวดปล่อยไฟฟ้ากั้นวัว เค้าก็หาไม้มายกเส้นลวดให้เดินผ่าน แล้วเตือนให้ระวังไฟ จนพาไปถึงกลางหนองน้ำที่แห้ง แต่มีจุดที่ล้อมเป็นสี่เหลี่ยมเอาไว้ บอกว่าชาวบ้านจะต้มเกลือช่วงเดือนม.ค. ต้องรอให้น้ำฝนในหนองแห้งก่อน ที่บริเวณนี้เป็นแหล่งน้ำสาธารณะของชุมชน ช่วงที่ต้มเกลือชาวบ้านก็จะมาเอาน้ำที่บริเวณนี้ไปต้มเกลือกัน ต้องขอบคุณน้ำใจของคนที่นี่มากๆนี่ถ้าไม่มีใครช่วยพาไปก็คงจะยังงงและหาทางไปไม่เจออยู่ดี 555

กลับมาถึงบ้านคุณยายทบช่วงเย็นๆ เดินออกไปข้างหลังบ้านก็เป็นทุ่งนา เดินออกไปนิดเดียวก็แชะภาพได้แล้ว

ที่โฮมสเตย์บ้านคุณยายทบมีห้องพักหลักๆ 2 ห้อง ห้องนี้คือห้องที่อยู่ติดกับด้านหน้าบ้านมีประตูกระจก เข้าออกทางด้านนี้ได้เลย

อีกห้องนึงก็อยู่ติดๆกัน แต่ถ้ามีคนมาพักเยอะๆ เพื่อนๆมากันหลายคน เราว่าบ้านยายทบก็นอนกันกลางบ้านได้เพียบเลยนะ คุณยายเคยบอกว่าช่วงที่คนมาพักเยอะๆ มาพักบ้านคุณยายเป็น 10 คนก็เคยมี

ที่โฮมสเตย์จะรวมค่าที่พัก อาหารเย็นและอาหารเช้าเอาไว้แล้ว คิดราคาต่อหัว และนี่คืออาหารเช้าของเรา

อาหารที่หน้าตาก็เหมือนจะธรรมดา แต่ว่าเราเจริญอาหารมากๆ 555 คุณยายเตรียมไว้ให้ทั้งข้าวสวยและข้าวเหนียว แต่เราปั้นข้าวเหนียวกินอร่อยกว่า อยู่ในเมืองเวลาไปร้านอาหารใช้ช้อนส้อม มันไม่ได้บรรยากาศแบบนี้ นี่นั่งโต๊ะหน้าบ้าน ชมวิวทุ่งนาด้านข้าง อากาศเย็นๆ ลมพัดชิลๆ โอ๊ยยย กินไปฟินไป

และเมนูเด็ดของนครชุม คือ “ไข่ป่าม” ที่หน้าตาคล้ายๆไข่เจียวแต่ว่าใส่ใบตอง อาหารเฮลท์ตี้ที่ไร้น้ำมัน ถ้าใครมานครชุมแล้วไม่ได้กินไข่ป่าม คือเหมือนยังมาไม่ถึงนะ 555 ส่วนกับข้าวอย่างอื่นๆ รวมทั้งน้ำพริก ผักต้ม ผักสด ที่คุณยายบอกว่าก็มีปลูกและเก็บมาจากรอบๆบ้านนี่ล่ะ

กินอิ่มก็เดินดูรอบๆบ้าน มีผักสวนครัวปลูกไว้กินเอง ผักสดๆ ไร้สารพิษ ดูดีเชียว

ต้นผักชีข้างบ้าน

ผักที่เอามาต้มก็เก็บจากข้างๆบ้านนี่ล่ะ โห ชีวิตดี๊ดี แลดูง่าย ได้กินอาหารคลีนทุกวัน

ก่อนจะกลับขอถ่ายรูปคุณยายทบเจ้าของโฮมสเตย์ซะหน่อย คือมาพักที่นี่เหมือนมาแวะพักบ้านญาติเลยจริงๆ คุณยายทบน่ารักมาก กินผักสดและถั่วพูหมดจานใหญ่ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นคุณยายไปเด็ดถั่วพูต้นข้างบ้านมาให้เพียบเลย

ช่วงที่เราไปคือ 2-3 วันหลังมีจัดงานบายศรีพอดี คุณยายทบเลยให้ดูพานบายศรีที่คุณยายเตรียมในงานผูกข้อมือ
และนี่ก็คือบางส่วนของทริปนครชุม และมุมที่ฉันเห็น อยากจะบอกว่าถ้าไม่ได้ไปเอง ก็จะไม่ได้สัมผัสกับความสวยงามเล็กๆน้อยๆที่จะได้พบเจอในชุมชนวิถีชนบทแห่งนี้
มาเถอะ แนะนำที่นี่เลยจริงๆ
……………………………………………
Other Places:
Arthit-Tara: ชีวิตเนิบช้า ที่อาทิตย์ธารา ปราจีนบุรี
ที่พักน่ารักเขาใหญ่: The Birder’s Lodge, KhaoYai
https://ohlallaajourney.com/2016/01/30/the-birders-lodge-khaoyai/
……………………………………………
The Birder’s Lodge Cafe เขาใหญ่
The Mew – Khao Yai เขาใหญ่
All about coffee, Chiang mai เชียงใหม่
คาเฟ่น่ารัก เมืองน่าน “Mix Academic Cafe” น่าน
AreLomDee cafe’, Bangkruai
ร้านกาแฟน่ารักน่านั่ง Coffee D.I.Y (คอฟฟี่ ดี ไอ วาย), เหม่งจ๋าย
……………………………………………
Other links:
Let’s go to Pakistan ไปเที่ยวกัน ที่ปากีฯ
เที่ยวไหนดี .. ที่อาร์เมเนีย (Where to go in Armenia ?)
ทริปนั่งรถไฟ “ทรานไซบีเรีย” (Trans-Siberian Railway)
ทรานส์ไซบีเรีย: [ตอนที่ 2] บนรถไฟ ทรานส์ไซบีเรีย
15 Places you shouldn’t miss in Egypt
15 สิ่ง ที่เรียนรู้ / In between..Leh Ladakh
In between..heading North of Thailand 35 ภาพ ระหว่างทาง
…………………………………………..
Author: Oh LaLLa A Journey
ทักทายกันได้ที่
FB page: http://www.facebook.com/OhLaLLaAJourney
Web: http://www.OhLaLLaAJourney.com
Life is a journey.
The happiness is along the way.
เพราะทุกๆวันคือการเดินทางของชีวิต
แค่คิดให้สุข ก็สนุก ลั้ลลา
ヾ(@^▽^@)ノ










Pingback: ผาโปกโล้น นครชุม – Pha Pok Lon | Oh LaLLa A Journey
Pingback: “เที่ยวทุ่งปอเทือง สีเหลืองทอง” | Oh LaLLa A Journey
Pingback: เที่ยวทุ่งปอเทือง สีเหลืองทอง | Oh LaLLa A Journey